วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551

หมาไล่เนื้อ

หมาไล่เนื้อ


มีเรื่องเล่าว่ามีพระองค์หนึ่ง ชอบทำอะไรแปลกๆ


วันหนึ่งพวกกรุงเทพฯเอากฐินไปทอดที่วัด จัดงานกันใหญ่โต มีหนัง มีลิเก มีดนตรี ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน


ก่อนทอดกฐิน ผู้คนมารวมกันเต็มศาลา หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา บอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัวมาก้อนหนึ่งแล้วเอาเชือกมาด้วย
หลวงพ่อจัดการเอาเนื้อผูกติดกับหลังหมา ผูกเสร็จก็ปล่อยหมา


หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลังก็ไล่งับ พอหัวโดดงับตัวก็ขยับหนี เพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง ยิ่งโดดงับเร็วก้อนเนื้อก็หนีเร็ว โดดไม่หยุดเนื้อก็หนีไม่หยุดน่าสงสารหมามาก


หมาโดดอยู่นานงับเท่าไหร่เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที ผู้คนบนศาลาพากันหัวเราะชอบใจ หัวเราะเยาะหมาว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้ ไล่งับจะกินเนื้อที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทัน ตลอดชีวิต


หลวงพ่อมองดูด้วยความสนุกสนานจนหนำใจแล้ว ก็แก้เชือกออกมาจากกหลังหมา แล้วหันมาพูดกับญาติโยมว่า


"มนุษย์เรามีความรู้สึกว่าตัวเองพร่องตัวเองยังไม่เต็ม ต้องเติมตลอดเวลาเติมไม่หยุดเพื่อให้ตัวเองเต็ม เราอยากสวยอยากทันสมัย ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุดทันสมัยที่สุดใส่ ดีใจได้เดือนเดียวมีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้วสวยกว่าทันสมัยกว่า อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ซื้อเสร็จ ๓ เดือนรุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว ซื้อคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่สุด ๒ เดือนต่อมามีรุ่นใหม่กว่าออกมาของเราตกรุ่น ซื้อรถเบนซ์ทันสมัยที่สุดแพงมาก ขับได้ ๖ เดือนมีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว ทันสมัยกว่าแพงกว่าของเรากลายเป็นเชย"


"เราต้องก้มหน้าก้มตาทำงานทั้งวัน ทั้งคืนหาเงินมา เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย ซื้อเสื้อผ้าใหม่มือถือใหม่คอมพิวเตอร์ใหม่รถยนต์คันใหม่ เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น"


"ปัจจุบัน เรากำลังไล่งับความทันสมัยเหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน ทั้งที่รู้ว่าต่อให้ไล่งับทั้งชีวิตก็ไม่มีทางตามทัน น่าสงสารไหมโยม"


คนเต็มศาลาเมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น ด่าว่าหมามันโง่ ตอนนี้เงียบสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่


ไม่รู้ว่ากำลังสงสารหมา หรือกำลังทบทวนความโง่ตัวเอง




ที่มา : Forward Mail ( www.matichon.co.th )

ไม่มีความคิดเห็น: